หลวงพ่อถามเชิงทักทาย ให้พวกเราคลานเข่าเข้าไปไกล้ๆ หลังจาก อ.ไพโรจน์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านมานาน กราบเรียนท่านพอเข้าใจที่ไปที่มา ท่านก็ถามต่อว่า จะเอาอะไรหล่ะ? ผมตอบดังๆ ทันทีว่า อยากขอวิธีปฏิบัติธรรมแบบสั้นๆ ก็ได้ครับ
หลวงพ่อตอบทำนองว่า แบบสั้นๆ ถ้าขยันก็พอได้ แต่ถ้าขี้เกียจ ไม่ทำ จะยาวจะสั้นก็ไม่ได้อะไร ก่อนที่ท่านจะเดินเข้าไปเอา "ของดี" มาแจก แล้วแสดงธรรมแบบสั้นๆ ดังคลิปนี้ให้พวกเราฟัง
ผมแนะนำให้เปิดดูหลายๆ รอบ เพื่อตีความสิ่งที่ท่านสอน ผมเองมาเข้าใจหลายประเด็นหลังจากการมาฟังซ้ำ ดังนี้
ให้นั่งพุทโธๆ (นั่งสมาธิแนวหลวงปู่มั่น) ยามมื่อแลง ก่อนนอนกับตอนตื่นนอน ตีหนึ่ง ตีสอง หรือตีสาม จะทำให้จิตมีกำลัง
- ความจริงนั่งตอนไหนก็ได้ จะเวลามาก เวลาน้อยก็ได้ "... จังหลวงพ่อน่ะ ตอนได๋กะได้ นั่งเข้าปั้บซ่ำตายละ...บ่อได้ไปหยุ่งเกี่ยวกับไผ"
- ถ้าเป็นคนทั่วไป จิตจะไม่มีกำลัง ส่งออกนอกตลอดวัน ไม่สงบ "....คิดอีหยังก็มีกำลังดอก คิดมาตะน้อยเท่าใหญ่ บ่อได่หยังดอก...."
- "...จั่งหลวงพ่อเนี่ย คึดหยังปั๊ป ซ่ำไปซิดเบ็ดล่ะ ได้ทันที เห็นทันตา....จิตมีกำลังคือแม่เหล็กดูดเหล็ก ซิดูดมาเอง...."
- "... คิดอีกเอาอีหยังบ่อได้เลย ในโลกนี่ มันซิไปฮ้อนผู้คน..."
- "...เอาจั่งสั่นเด้อ... มาฝึกเด้อ บ่อฝึกบ่ได้เด้ลูกหลาน... ยามสมหวังแน้กะบ่เป็นทุกข์ แต่ยามผิดหวังเด๋... ซิเอาใจไปไว่ไส.... ใจซิบ่อมีหม่องอยู่ ใจซิบ่มีที่เพิ่ง คือจั่งลม พัดไป พัดมา เป๋ไป เป๋มา ... คึดต่อพี่ต่อน้องกะบ่อได้เด้.... ต้องมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในใจให้ได้เด้อลูกหลาน..."
- "...ฝึกแล่วมันซิได้ประโยชน์ใหญ่...ใจมันซิหยั่งลง... "
ผมเทียบเคียงเอาเองว่า หากฝึกจิตใจจนสงบ ก็คือ ฝึกให้จิตใจมีระเบียบ เมื่อมีระเบียบ ไม่คิด ไม่ส่งออกนอก ใจจึงมีกำลัง นั่นคือมี "พลัง"
ผมเชื่อเรื่องคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่หลวงพ่อบอกอย่างสนิทใจ แม้ว่าวิทยาศาสตร์จะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ...

































